proudlypresent
5,000+ Views

ขอทานที่สวยที่สุดในโลก!!

ขอทานสาวที่สวยที่สุดในจีน และน่าจะสวยที่สุดในโลกที่กำลังเป็นที่สนใจในโลกออนไลน์คนนี้ ที่เธอบอกว่าชื่อ โลริต้า ฮั่นบิ ซึ่งชีวิตเธอไม่ต่างจากหนังสือนิยาย หลังจากที่พ่อเธอเสียชีวิตลง เธอยังมีแม่ที่ป่วยหนักที่ยังต้องรักษาและน้องชายเล็กๆอีกคน ด้วยเธออายุยังไม่ถึง 18 ปี ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถเลือกประกอบอาชีพอะไรได้มาก นอกจากหารายได้จากการเป็นพนักงานเสริฟในร้านอาหาร แต่ทว่าก็ไม่เพียงพอต่อค่ารักษาของแม่และการดำรงชีพ เธอจึงต้องเล่นกีตาร์เพื่อหาเงินในสถานีรถไฟใต้ดินที่กรุงปักกิ่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ ตามความถนัดและการให้ความสนับสนุนจากของครอบครัวก่อนที่จะพบชะตากรรมที่โหดร้าย เธอหาเงินเพื่อนำมารักษาแม่ที่ป่วยหนัก ดูรูปแล้วน่ารักมากมากจริงๆค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าจะต้องมาเล่นดนตรีกลางถนนกลางอากาศหนาวๆ ไปเป็นนางแบบได้สบาย ทำเพื่อครอบครัวแบบนี้ขอชื่นชมค่ะ
Comment
Suggested
Recent
เดี๋ยวอีกซักพักจะไปหาคลิปมาให้ดูกันนะคะ เป็นคลิปที่มีคนถ่ายไว้สมัยเธอไปเล่นกีตาร์แรกๆค่ะ
Cards you may also be interested in
รัฐประหารในจีน รถถัง!! ว่อนกลางปักกิ่ง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ว่า เกิดกระแสลือสะพัดทางอินเทอร์เน็ตของจีนเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์ โดยมีการลือว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะก่อเหตุรัฐประหาร หลังกรณีความขัดแย้งภายในพรรค รวมทั้งรายงานข่าวว่า มีการนำรถถังออกมายังเมืองหลวงปักกิ่ง และมีการยิงปืนภายในที่พักผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์บางคน ส่งผลให้ต่างชาติเช่น สหรัฐ และอังกฤษ จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ไมโครบล็อกชื่อดัง "ซีน่า เหว่ยป๋อ" รายงานว่า ขณะนี้เกิดสถานการณ์ผิดปกติในกรุงปักกิ่ง เมื่อคืนวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา จากการแตกหักกรณีมีการปลดหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์สาขาฉงชิ่ง รวมทั้งมีการลือว่า อาจเกิดเหตุรัฐประหาร เนื่องจากมีทหารนอกเครื่องและเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคง ประจำบนถนนฉางอาน ใกล้จัตุรัสเทียนอันเหมิน อย่างไรก็ตาม ต่อมา ทางการจีนได้ทำการบล็อกและเซนเซอร์กระแสข่าวลือสะพัดเหล่านี้ทั้งหมด รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ พรรคคอมมิวนิสต์ถูกมองว่า กำลังเผชิญสถานการณ์ขัดแย้งและแตกหัก ภายหลังมีการปลดนายป๋อ ซี ไหล เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเมืองฉงชิ่ง ผู้ได้รับการคาดหมายว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น 1 ใน 9 คณะกรรมการโปลิตบูโรที่ทรงอำนาจ ทั้งยังเป็นผู้นิยมลัทธิเหมา ในข้อหามีพฤติกรรมเข่าข่ายคอร์รัปชั่น ภายหลังจากคนสนิทของเขา ได้ลี้ภัยเข้าไปพำนักในสถานกงสุลสหรัฐ เมื่อเดือนที่แล้ว หลายฝ่ายมองว่า การปลดนายป๋อ ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งสัญลักษณ์การฟื้นลัทธิเหมา เจ๋อ ตุง ได้สร้างความแตกแยกให้แก่บุคคลจำนวนมากภายในพรรค โดยเฉพาะกลุ่มของกลุ่มของนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า และเจ้าหน้าที่ที่ใกล้ชิดกับนายโจวหยงคาง สมาชิกกรรมการประจำกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานคณะกรรมาธิการการเมืองและกฎหมาย คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ โดยที่ผ่านมา นายป๋อ ถูกกล่าวหาว่า ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา โดยลูกชายได้เรียนในโรงเรียนฮาร์โรว์และมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ และเขายังดำเนินมาตรการปราบปรามแก๊งมาเฟียที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายคน แต่สมาชิกจำนวนมากอ้างว่าเขาใช้นโยบายปราบมาเฟียกำจัดคู่แข่งทางการเมือง แต่เขาได้รับความชื่นชอบจากสมาชิกพรรคจำนวนไม่น้อย จากการเรียกร้องให้พรรคฟื้นฟูลัทธิเหมา ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกเคยนายกฯ จีนเตือนว่า เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เพราะจะฉุดจีนกลับคืนสู่ยุคมืดอีกครั้ง By go6TV
F(X) วิคตอเรีย ปล่อยรูปหน้าบ๊องแบ๊วแนบชิดคู่เดท!!
F(X) วิคตอเรีย ปล่อยรูปหน้าบ๊องแบ๊วแนบชิดคู่เดท!! http://www.allkpop.com/2012/03/fxs-victoria-poses-with-her-date ใช่แล้ว ตามหัวข้อเลยครับผม สาวสวยหัวหน้าวง F(X) ปล่อยรูปคู่ของเธอทำหน้าตาบ๊องแบ๊วแนบชิดคู่เดท! อย่าตกใจไปที่บอกว่าเดทน่ะ หมายถึงลูกเดท (Date) หรือผลอินทผลัมนั่นเอง!! เมื่อวันที่ 1 มีนาคม วิคตอเรีย โพสภาพส่วนตัวหรือ Selca ของเธอลงในบล๊อคส่วนตัว Me2Day พร้อมคำบรรยายเขียนว่า “นี่หรือฤดูใบไม้ผลิ? คุณคิดว่านี่คืออะไรล่ะ? คำตอบ: ลูกเดท! เจ๋งใช่ม้า?” ในภาพเธอโชว์ผลอินทผลัมลูกมหึมาขนาดราวๆไข่ไก่ พร้อมทำตาโต แก้มป่อง กระชากใจแฟนๆ ซึ่งปฎิกริยาตอบรับของชาวเน็ตต่อรูปนี้ก็มีแต่เสียงชม ประมาณว่า “วิคตอเรียไม่ว่าจะทำอะไรก็น่ารัก” “วิคตอเรียน่ารักที่สุด” ฯลฯ แล้วคอมเมนต์ของแฟนๆชาวไทยล่ะ เป็นยังไงบ้าง?
รู้ทันศัลยกรรม สวยขาวสาวอึ๋มพร้อมรูป before after ของดารานักร้องทั้งหลาย
สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย จัดเสวนาเรื่อง "แล้วใครจะรับผิดชอบ" เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านความงามและศัลยกรรมตกแต่ง หัวข้อท็อปฮิตและข้อเท็จจริงจากข่าวคราวในหน้าหนังสือพิมพ์ในรอบปี 2550 ที่ผ่านมา ให้ก้าวทันเทคโนโลยีความงามซึ่งต้องศึกษาและรู้จริง ที่โซนพลาซ่า 6-7 ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 4 เซ็นทรัล ลาดพร้าว รศ.น.พ .ประวิตร อัศวานนท์ กล่าวถึงการใช้เครื่องสำอางไวเทนนิ่งว่า คนไทยติดค่านิยมต้องมีผิวขาว เครื่องสำอางส่วนใหญ่จึงโฆษณาว่าใช้แล้วผิวขาวในรูปแบบต่างๆ ที่เกินจริง เช่น ขาวเหมือนดารา ขาวเด้งดึ๋ง ขาวเรืองแสง ทั้งยังมีครีมไม่ได้มาตรฐานที่ขายเกลื่อนตามท้องตลาด ผู้บริโภคควรใช้วิจารณญาณก่อนซื้อโดยยึดหลักง่ายๆ คือ 1. ต้องมีชื่อผลิตภัณฑ์ 2. ดูวันที่ผลิตและหมดอายุ 3. ดูปริมาณและวิธีใช้ 4. แหล่งที่มา เพื่อสืบหาต้นตอได้ยามเกิดปัญหาหลังการใช้ และเข้าใจเสียใหม่ว่า ไม่มีครีมใดที่เปลี่ยนสีผิวได้อย่างถาวร คำโฆษณาเกินจริงเหล่านั้นจึงเป็นไปไม่ได้ ส่วน วิธีฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำแล้วทำให้ผิวขาวใสถือว่าเป็นวิธีที่อันตราย ไม่ใช่การรักษาที่ถูกวิธีแต่เป็นการนำผลข้างเคียงของยานั้นมาใช้ด้านการค้า ซึ่งคลินิกเสริมความงามที่ให้บริการส่วนใหญ่ไม่มีอุปกรณ์สำหรับช่วยชีวิต เพียงพอในกรณีแพ้ยา จึงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ มา ถึงเรื่องการแพ้ยา ต้องแยกความหมายของผลข้างเคียงและอาการแพ้ยาออกจากกัน ผลข้างเคียงคือสิ่งที่รู้ว่าจะเกิดเมื่อได้รับยา เช่น กินยาแก้แพ้ ผลข้างเคียงคือง่วงนอน ซึ่งเป็นเหมือนกันทุกคน แต่อาการแพ้ยา คือคนอื่นได้รับยาแล้วไม่เป็นไรแต่เราแพ้ เกิดอาการต่างๆ ไม่ใช่ว่าให้ยาผิดแต่ยากับร่างกายอาจไม่เข้ากัน หรือร่างกายสร้างภูมิไวต่อยานั้นๆ ซึ่งเกิดได้ทั้งภายนอกจากการทา และภายในจากการกินหรือฉีด หากแพ้ยาภายนอก ในรายที่ผิวแพ้ง่าย ผิวบริเวณที่ทายาจะแดง คัน ลอก ส่วนรายที่ไม่แพ้อาจเกิดอาการอื่นๆ ตามมาภายหลัง เช่น สิวอุดตัน ส่วนการแพ้ยากินหรือฉีด จะเกิดอาการแพ้เป็นผื่นหรือจุดแดงทั่วตัว ซึ่งวิธีปฏิบัติคือหยุดใช้ยา จดจำชื่อยา และพบแพทย์ผิวหนัง จาก การสำรวจพบว่าคนไทยส่วนใหญ่แพ้ยาประเภทยาปฏิชีวนะ ยาแก้อักเสบ เหตุผลมาจากมักซื้อยากินเองหรือกินยาที่คนอื่นแนะนำ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการซื้อยาที่จัดเป็นชุด แต่ซื้อยาชนิดที่เป็นแผง มีชื่อยากำกับด้านหลัง หรือตามคำสั่งแพทย์ สำหรับคนที่มีประวัติแพ้ยาต้องจดจำชื่อยาที่แพ้ให้แม่นยำ และแจ้งต่อแพทย์ที่รักษาทุกครั้ง นอก จากนี้ การเลือกใช้เครื่องสำอางหลายชนิดทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นเดียวกับยาทา ที่พบบ่อยคือ ยาทาฝ้า และไวเทนนิ่งบางตัว หรือส่วนประกอบบางชนิดในเครื่องสำอาง เช่น แอนตี้ไบโอติก และแม้แต่ยาสมุนไพร บางรายเกิดผื่นแดง ตุ่มน้ำ รอยด่างดำ ด่างขาว ซึ่งอาจใช้เวลารักษานานเป็นปีๆ วิธีป้องกันหากสงสัยว่าจะแพ้ง่ายๆ คืออย่าเพิ่งใช้กับใบหน้า แต่ให้ทดสอบที่บริเวณท้องแขนหรือหลังหู เช้า-เย็น เป็นเวลา 7-14 วัน หรือ ตรวจสอบรายชื่อสารต้องห้ามได้ที่ www.fda.moph.go.th อีกทั้งผลิตภัณฑ์จากสารตัวใหม่ๆ อาจยังไม่ปลอดภัยนัก จึงไม่ควรทดลองใช้พร่ำเพรื่อในรายที่ผิวแพ้ง่าย สำหรับกรณีหญิงตั้งครรภ์กินยาสิวแล้วเด็กพิการตามที่เป็นข่าวนั้น น.พ.สมิทธิ์ อารยะสกุล กล่าวว่า ปัจจุบันยาสำหรับรักษาสิว ใช้แล้วหน้าใส หรือไอโซเทรติโนอิน (Isotretinoin) มีแพร่หลายมากทั้งตามคลินิกความงามหรือแม้แต่ในร้านเสริมสวย ยาตัวนี้ใช้รักษาสิวรุนแรง ช่วยให้สิวเกลี้ยงขึ้น ใบหน้ามันน้อยลง สำหรับคนทั่วไปใช้ได้โดยมีผลข้างเคียงในระดับที่ไม่รุนแรง คือ เกิดอาการปากแห้ง ตาแห้ง ปวดเมื่อยตามตัว ซึ่งควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ ให้คำนวณจำนวนและระยะเวลาในการรับประทาน ไม่ซื้อยากินเองพร่ำเพรื่อหรือกินตามเพื่อน แต่ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ยาตัวนี้เป็นอันตรายมาก เพราะเด็กในครรภ์มีโอกาสพิการสูง ผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตรหรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้า ไม่มองข้ามว่าเป็นเพียงยารักษาสิว เพื่อประโยชน์และรับผิดชอบต่อตัวเองที่ดีที่สุด ถัด มา พ.ญ.รัชยานี คเณจร ณ อยุธยา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งและเลเซอร์ กล่าวว่า การศัลยกรรมนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ไม่ใช่สิ่งปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดที่สุด อย่างน้อยควรปรึกษาแพทย์ 2-3 คน สอบถามผลที่เกิดตามมา ผลข้างเคียง รวมถึงค่าใช้จ่าย เช่น การฉีดโบท็อกซ์ ผลเสียคือได้ผลดีไม่ถาวร ใช้ได้เพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ ผลดีคือหากไม่พอใจวันหนึ่งก็จะสลายตัวไปได้เอง ผิดกับการฉีดซิลิโคนในสมัยก่อน ที่หลายปีผ่านไปอาจไหลไปตามส่วนต่างๆ ของใบหน้า เอาออกได้ยาก หรือล่าสุดกับการศัลยกรรมตกแต่งหัวนมให้เล็กลงซึ่งกำลังเป็นที่นิยมนั้น ผลที่ได้อาจเป็นรูปร่างภายนอกที่สวยงาม แต่ในอนาคตอาจเกิดผลต่อการให้นมบุตร เนื่องจากเกิดแผลเป็นอุดตันท่อทำให้น้ำนมไม่ไหลได้ การ ทำศัลยกรรมจึงไม่ใช่เรื่องแฟชั่น แต่ต้องคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนด้วยข้อมูลที่ถูกต้องเป็นพื้นฐานสำคัญในการ รับผิดชอบที่ตัวเองก่อนให้คนอื่นมารับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา ข้อมูลจากนสพ.ข่าวสด
ครอบครัวจีนอาศัยอยู่ในห้องน้ำ
รอบครัวที่แสนอบอุ่นครอบครัวหนึ่งในเมืองเฉิ่นหยาง อาศัยอยู่ด้วยกันในห้องน้ำชายของโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งมีพื้นที่เพียง20ตารางเมตร หลายคนคงไม่คิดว่าจะมีครอบครัวใดมาอาศัยอยู่ในห้องน้ำอย่างนี้ แต่สำหรับเขาขอเพียงมีภรรยาและลูก สถานที่นี้คือที่แห่งความสุข นายเฉิงลิ่งจวิน อายุ 33 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างขัดซ่อมรองเท้า เขาและครอบครับอาศัยอยู่ที่แห่งนี้มาเป็นเวลากว่า 6 ปี แล้ว ภายในบ้านมีคอมพิวเตอร์ และโทรทัศน์ซึ่งตั้งอยู่ข้างโถปัสสาวะชาย และห้องทำงานของเขาซึ่งเต็มไปด้วยรองเท้า และอุปกรณ์ทุกชนิด ส่วนห้องครัวภรรยาของเขาประกอบอาหารที่หน้าห้องน้ำ ถึงแม้จะไม่สะดวกแต่ว่าพวกเขาชินเสียแล้ว นายเฉิง เล่าให้ฟังว่าเขาเป็นคนจี๋หลิน พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่ทางบ้านมีฐานะยากจนจึงไม่ได้เรียนต่อ เขาจึงมาประกอบอาชีพรับจ้างขัดซ่อมรองเท้า รายได้เดิมอยู่ที่วันละ 20 หยวน(100บาท) ในอดีตเพื่อความประหยัดเงิน เขาจะกินหมั่นโถว1ลูก ต่อ 2 มื้อ เพื่อนำเงินไปให้บิดาซ่อมหลังคาบ้านที่ชำรุดทรุดโทรม ส่วนแม่ของเขาป่วยเสียชีวิตตั้งแต่ปี 2537 ปัจจุบันเขาประกอบอาชีพอย่างขยัน มีความซื่อสัตย์ และใช้ชีวิตอย่างประหยัด และมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 2000 หยวน( 10000 บาท) โดยเขาแต่งงานกับภรรยาในปี 2553 ช่วงฮันนี้มูนเขาต้องการให้ภรรยาของเขามีความสุข เขาจึงนำเงิน 500 หยวน (2500บาท) ไปเช่าห้องกว้าง 90 ตารางเมตร เป็นเวลา 6 วัน หลังจากนั้นก็กลับมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในบ้านห้องน้ำตามเดิม พร้อมให้กำเนิดบุตรชายที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ทุกวันหลังเลิกงานเขาต้องรีบกลับบ้าน เพื่อมาพบหน้าภรรยาและลูกชายวัย14เดือน สำหรับเขาบ้านห้องน้ำแห่งนี้เป็นสถานที่แห่งความสุข ขอเพียงได้อยู่กับภรรยาที่แสนดี และมีลูกที่น่ารัก เพียงเท่านี้เขาก็เพียงพอใจแล้ว ที่มาจาก http://www.sanook.com