0
Following
0
Follower
0
Boost

ดูคอนโดแบบ VR Tour เสมือนจริงได้ที่นี่ Genie-Property.com

ย่อมาจากกับคำว่า Virtual Reality Tour หรือเรียกสั้นๆ ว่า VR Tour เป็นระบบเสมือนจริง ที่อเมริกาเขาเป็นผู้คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (Ai) และอุปกรณ์เพื่อประมวลผลภาพรูปแบบใหม่ที่สามารถส่งต่อความรู้สึก ประสบการณ์บางอย่าง เสมือนผู้ดูอยู่ในสภาพแวดล้อม สถานที่นั้นจริงๆ สามารถสำรวจได้รอบทิศทาง 360 องศา ซึ่งสามารถดูภาพดังกล่าวได้บนอุปกรณ์ดิจิตัลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Smartphone, Computer, Tablet หรือแว่นตาดิจิทัล ค่ะ ซึ่งตัวอย่าง VR ที่หลายคนเคยได้ใช้กันหรือมีผ่านตามาบ้างแล้วนั่นก็คือ Street view ของ Google Map นั่นเอง ในปัจจุบันเจ้า VR เป็นเทคโนโลยีที่บูมมากค่ะ ถูกนำไปใช้หลายธุรกิจไม่ว่าจะเป็นวงการเกมส์ สถานที่ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร เครื่องออกกำลังกาย การแพทย์ การบิน รวมถึงวงการอสังหาริมทรัพย์ ( เมืองไทยนำมาใช้ในธุรกิจอสังหาฯมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ) VR Tour ช่วยขาย/ ปล่อยเช่า คอนโด ได้จริงหรอ ?? แน่นอนว่าคนที่ซื้อ/เช่า Real Estate ของอเมริกาคุ้นเคยกับ VR Tour มานานหลายปีแล้ว และมีผลสถิติ % รองรับว่า ช่วยให้ซื้อขายคล่องมากขึ้นจริงๆ ค่ะ ส่วนในไทยเริ่มสร้างการรับรู้และใช้งานบ้างแล้วและจะพบ VR Tour ได้ในเว็บเปิดตัวโครงการคอนโดขนาดใหญ่ แต่ยังไม่แพร่หลายสำหรับ Owner และ Agent สาเหตุที่ยังไม่ได้รับความนิยมอาจเพราะต้นทุนในการผลิตภาพแบบ VR Tour ยังมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ยิ่งในยุค New Normal ช่วงโควิดระบาด คนไม่อยากเสี่ยงลงทุนกับเครื่องมือที่ไม่แน่ใจว่าจะคุ้มค่าหรือเปล่า เพราะ Genie เข้าใจคุณ เราจึงคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีระบบภาพนำทัวร์แบบเสมือนจริงในราคาน่ารัก เพื่อสนับสนุนให้ Owner และ Agent ได้มีภาพแบบ VR Tour ในราคาเบาๆ แต่คุณภาพไม่เบา ที่ให้อะไรมากกว่ารูปถ่าย สร้างแรงดึงดูดลูกค้าและเพิ่มโอกาสปิดการขายได้เร็วขึ้นค่ะ อ่านมาตรงนี้ดูเว่อร์แต่เป็นเรื่องจริงนะจ๊ะๆ เพราะ ผู้ใช้งานได้สัมผัส ประสบการณ์ราวกับว่าเคยไปที่แห่งนั้นมาแล้ว จะได้มุมมองที่แตกต่างจากภาพถ่าย, ภาพ 360 องศา หรือคลิปวิดีโอ ทำให้ผู้ซื้อ/เช่า สามารถคัดเลือกห้องที่ถูกใจ ตรงตามต้องการได้ในทันที ด้วยการสำรวจเสมือนจริง (VR Tour) และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับ ผู้ซื้อ (Customer) ได้สำรวจฟังก์ชันห้องคอนโด ตามทำเล โครงการต่างๆ ได้ด้วยตนเองแบบ 24 ชม.จากที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ลดเสี่ยงโควด-19 ลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง นับว่าสะดวกทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย /ปล่อยให้เช่าคอนโดมากเลยค่ะ? " มากกว่าแค่คำพูด มากกว่าแค่รูปภาพ สัมผัสประสบการณ์จริง เมื่อไหร่ ที่ไหนก็ได้ "

เทคนิคขายคอนโดพร้อมอยู่ ให้ขายออกอย่างรวดเร็วที่สุด

ช่วงเวลานี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างมากสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ทำให้หลายคนเกิดความกังวลใจกลัวว่าการขายคอนโดหรือที่พักอาศัยจะเป็นไปได้โดยยาก ไม่เหมือนในสถานการณ์ปกติ ดังนั้นในบทความนี้พลัสฯ จะมาแนะนำว่าเทคนิคการขายคอนโดพร้อมอยู่ ว่าต้องทำอย่างไร เพื่อปิดการขายให้เร็วที่สุด จะมีขั้นตอนหรือวิธีการอย่างไรบ้าง มาทราบพร้อมกันเลยครับ 1.“ราคา” คือเหตุผลหลักในการขาย ปฏิเสธไม่ได้ว่าราคาคือเหตุผลสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถปิดการขายได้ ผู้ซื้อหลายคนเมื่อมองหาคอนโดพร้อมอยู่ต่างๆ ก็มักจะมีงบในใจที่คิดว่าอยากจะซื้อ บางครั้งเมื่อเจอคอนโดที่ถูกใจแต่ราคาสูงเกินไปก็ต้องตัดใจไป ดังนั้นหากเราต้องการที่ขายคอนโดให้ออกโดยเร็วไว การสำรวจราคาตลาด ว่าปกติแล้วราคาที่ขายนั้นอยู่ที่ประมาณเท่าไร เช่น คอนโดพร้อมอยู่โซนสุขุมวิทตอนปลาย ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.99-2.5 ล้านบาท ดังนั้นการตั้งราคาคอนโดพร้อมอยู่ของเราก็ไม่ควรจะราคาสูงไปมากกว่านั้น หรืออาจสูงกว่าได้หากอยู่ในทำเลที่ใกล้กับขนส่งสาธารณะ หรือตั้งราคาให้มากกว่านั้นไม่เกิน 5-10% โดยขึ้นอยู่กับจุดเด่นของห้องที่เราสามารถนำมาส่งเสริมความน่าสนใจได้ เช่น ตำแหน่งของห้อง หรือการตกแต่งที่สวยงาม ซึ่งการตั้งราคาให้เข้ากับพื้นที่นั้นก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมต่างๆ ได้ นอกจากนี้หากใครที่ต้องการขายแบบด่วนจี๋ การปรับราคาลงให้ต่ำกว่าราคาตลาดก็ทำได้ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้นั่นเอง 2.ให้ “เนื้อหา” ช่วยขายของ มาถึงกันที่ข้อถัดไป คือเรื่องของ “เนื้อหา” หลายครั้งที่คนที่ต้องการจะซื้อคอนโดมักตัดสินใจจาก “ภาพถ่ายคอนโด” เพราะการมีภาพที่สวยงาม ภาพคมชัด มีภาพตามจุดต่างๆ ทำให้เข้าใจภาพรวมของคอนโดได้ ก็ย่อมดีกว่าภาพคอนโดที่ไม่ชัด มืด ชวนไม่น่าอยู่ ดังนั้นถ้าเรามีงบที่จะจ้างช่างภาพให้เข้ามาถ่ายภาพจุดต่างๆ ในคอนโดของเรา รวมถึงถ้ามีกล้องคอมแพคหรือ DSLR อยู่แล้วก็อาจจะนำไปใช้ในการถ่ายภาพได้ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายคุณภาพดี และอย่าลืมที่จะจัดพื้นที่ภายในห้องให้ดูเป็นระเบียบ สะอาด และน่าดึงดูด เพราะจะทำให้ภาพภายในคอนโดดูดีมากขึ้น สำหรับใครที่อยากทำให้เป็นห้องคอนโดพร้อมอยู่ ก็อาจจะมีการตกแต่งให้ดูอบอุ่นสบายตา มีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากันกับพื้นที่ภายในห้อง ไม่น้อยจนเกินไปและไม่ควรเยอะชิ้นจนเกินไป เพื่อเพิ่มความสะดุดตาและทำให้หลายคนอยากจะเข้ามาซื้อ รวมถึงใครที่มีแผนอยากจะรีโนเวทก็สามารถใช้เวลานี้ในการรีโนเวทให้ดูสวยงามขึ้นและดูใหม่ขึ้น หรือแก้ไขจุดที่สมควรซ่อมแซมขึ้น ก็จะดึงดูดผู้สนใจได้ เมื่อภาพถ่ายดูน่าสนใจแล้ว อย่าลืมในส่วนข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคอนโด เช่น ขนาดห้อง ชั้น วิวรอบข้าง หากมีภาพถ่ายของบริเวณภายในคอนโดอย่างพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส Co-Working Space ฯลฯ ก็อย่าลืมนำมาใส่เพื่อประกอบการพิจารณา รวมถึงรายละเอียดจุดแลนด์มาร์กต่างๆ ใกล้เคียงคอนโดว่ามีระยะห่างมากน้อยเท่าไร เช่น อาคารสำนักงานต่างๆ ขนส่งสาธารณะอย่าง BTS หรือ MRT ห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งคอมมูนนิตี้ต่างๆ โดยเฉพาะแหล่งอาหารการกิน โรงพยาบาล โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย รายละเอียดดังกล่าวก็จะช่วยเพิ่มการตัดสินใจให้กับคนที่ต้องการซื้อคอนโดได้

PCG ชวนรู้เรื่องหน้าฝน พร้อมตอบคำถามว่าแมวโดนฝนได้หรือไม่?

ในช่วงหน้าฝนแบบนี้หลายคงอาจเผลอเปิดหน้าต่างหรือประตูทิ้งไว้ จนบางครั้งน้องแมวของเราหลุดออกไปเจอกับฝน หรือจะเป็นสถานการณ์ที่เดินเล่นอยู่ดีๆ ฝนดันตกลงมาเสียได้ ซึ่งทำให้น้องแมวเปียกได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ผู้ปกครองที่แสนดีอย่างเราเริ่มวิตก ว่า “แมวโดนฝนได้หรือไม่” และจะดูแลสัตว์เลี้ยงในหน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ป่วย ดังนั้นในวันนี้ PCG จึงขอมาตอบคำถามเหล่านี้ พร้อมแนะนำวิธีการดูแลให้เหมาะสม แมวโดนฝนได้หรือไม่? แท้จริงแล้วแมวสามารถโดนฝนได้ แต่ไม่ควรให้แมวออกไปตากฝนข้างนอก เมื่อเห็นว่าฝนตกแล้วควรรีบพาแมวกลับเข้าบ้านโดยเร็วเพื่อทำความสะอาดและเป่าขนให้แห้ง เพราะในช่วงฤดูฝนนั้น ถือเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวอย่างมาก เนื่องจากเชื้อโรคและเชื้อไวรัสสามารถเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น ขนแมวที่เปียก ที่นอนที่ชื้น จึงทำให้ในช่วงหน้าฝนแบบนี้มีโรคที่เกิดขึ้นและแพร่ระบาดหลากหลายชนิด อาทิ โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ: คนเราโดยทั่วไปเมื่อเปียกหรือโดนละอองฝนก็สามารถเป็นหวัดได้ สำหรับแมวละอองฝนเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดโรคไข้หวัดได้ และอาจมีอาการรุนแรงถึงขนาดที่ว่าก่อให้เกิดปอดบวมได้เช่นกัน โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยงมากว่าหนึ่งตัวและมีตัวใดตัวหนึ่งเกิดป่วยขึ้นมา แนะนำให้แยกคอกนำสัตว์ป่วยออกจากกันเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไข้หวัด โรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา: ความชื้นสามารถทำให้เกิดโรคผิวหนังกับแมวได้ ยิ่งสำหรับลูกแมวที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ก็สามารถที่จะเกิดเชื้อราตามร่างกายได้ โดยเฉพาะตามง่ามนิ้ว ใบหู รอบจมูกและรอบดวงตาที่อาจมีอาการคันได้ รวมถึงบริเวณที่ขนร่วงตามจุดต่างๆ ของร่างกาย โรคพยาธิหนอนหัวใจ: ในช่วงฤดูฝนทำให้ยุงชุกชุมมากขึ้น ซึ่งกลายเป็นพาหะที่อาจนำตัวอ่อนพยาธิมาสู่แมวได้ จนทำให้พยาธิเข้าสู่หัวใจและเส้นเลือด จะมีอาการปรากฏได้แก่ การไอ เหนื่อยง่าย มีน้ำสะสมในช่องท้อง ดังนั้นเมื่อมีอาการให้พาไปพบสัตวแพทย์ทันทีและหมั่นกำจัดยุงในบ้านอยู่เสมอ

5 สิ่งสำคัญที่พนักงานควรมีในการบริการลูกค้า

องค์กรและบริษัทต่างๆ ต้องมีการติดต่อประสานงานกับลูกค้าเพื่อดำเนินธุรกิจและทำกำไร ลูกค้าเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาองค์กรและการบริการลูกค้าก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ผู้ให้บริการควรคำนึงถึงหลักการและวิธีการที่จะทำให้ลูกค้าพึงพอใจอยู่เสมอ ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นใครก็ตาม ในบทความนี้ Dale Carnegie จะมาบอกถึง 5 สิ่งสำคัญที่พนักงานควรนำมาเป็นข้อปฏิบัติ และยึดไว้ใน Teamwork and Collaboration เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการบริการในอนาคต ข้อสำคัญเหล่านั้นมีดังนี้ 1.Service Mind ต้องมีติดตัว ขั้นตอนแรกที่สุดก่อนที่พนักงานจะทำการบริการลูกค้านั้น ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวคิดเสียก่อน แนวคิดที่ว่า ก็คือ “Service Mind” หรือสถานะภาพทางความคิดในการให้บริการ เป็นแนวคิดที่ให้พนักงานนั้นมีใจรักการบริการลูกค้า ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ซึ่ง “Service Mind” นี้ก็สามารถแบ่งเป็นข้อสำคัญต่างๆ ได้ตามตัวอักษร คือ คำว่า Service มีข้อสำคัญดังนี้ S - Smile หรือการยิ้ม ในการให้บริการนั้น การมีพนักงานคอยยิ้มให้ก็จะเป็นการส่งความรู้สึกและเจตนาดีๆ ให้แก่ลูกค้า ซึ่งเวลาพูดนั้นก็ให้ยิ้มไปด้วย เพื่อให้เกิดรอยยิ้มในน้ำเสียง แม้ในขณะนี้ที่สถานการณ์ของโควิด-19 ที่ต้องใส่หน้ากากตลอด การยิ้มก็สามารถสื่อออกมาทางแววตาได้เช่นกัน ฉะนั้นพนักงานควรยิ้มให้เป็นนิสัย

วิธีเลือกโปรเน็ตทรูให้คุ้มยิ่งกว่าย้ายค่ายเบอร์เดิม

เชื่อว่าหลายๆ คนที่ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านมือถืออยู่แล้ว ก็คงจะทราบดีว่าถ้าอยากจะได้โปรคุ้มๆ จะต้องเป็นไปย้ายเครือข่ายมือถือเอา จึงจะได้โปรเน็ตคุ้มๆ ในราคาประหยัด ซึ่งหากใครเคยมีประสบการณ์ย้ายค่ายมาคงจะทราบเลยว่า การย้ายค่ายนั้นค่อนข้างลำบาก เพราะจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 วัน แถมจะอาจจะต้องออกไปทำเรื่องถึงศูนย์บริการอีก ดังนั้น Pronet Hub จะมาบอกวิธีเลือกโปรเน็ตทรูที่คุ้มเสียยิ่งกว่าการย้ายค่ายเบอร์เดิมกัน ย้ายค่ายเบอร์เดิม เชื่อว่าหลายๆ คนถ้าเลือกได้ก็คงไม่อยากจะย้ายค่ายกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนที่จะต้องใช้มือถือทุกวัน มีคนติดต่อตลอดเวลา ช่วงเวลาที่ย้ายค่ายนั้นทำให้อาจพลาดโอกาสดีๆ ไปได้ แถมยังทำให้ต้องเดินทางไปติดต่อศูนย์บริการอีกด้วย ถึงแม้หลายคนอาจจะต้องบอกใช้เวลาไม่นาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อเราได้ส่งรหัสเพื่อแจ้งจะย้ายค่าย เราจำเป็นที่จะต้องชำระค่าบริการทั้งหมดที่ค้างไว้กับค่ายเดิมให้เรียบร้อยเสียก่อน ซึ่งใครที่ใช้แพ็กเกจรายเดือนก็จะต้องดูให้ดีว่าวันที่เราย้ายค่ายเกินรอบบิลของเดือนนั้นๆ แล้วหรือยัง เพราะไม่งั้นค่าบริการของวันที่เกินไปหรือระหว่างที่จะย้ายค่ายก็จะคงค้างทำให้การย้ายค่ายไม่สำเร็จ ซึ่งบางคนต้องไปจัดการเคลียร์ค่าบริการในห้างสรรพสินค้าเลยทีเดียว รวมถึงในช่วงระหว่างที่ย้ายค่ายก็จะมีการระงับสัญญาณโทรศัพท์ 2-3 วันไม่รวมวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้ถ้ามีใครติดต่อเข้ามาในช่วงนี้ ก็อาจพลาดโอกาสได้นั่นเอง สำหรับใครที่ไม่ชอบความยุ่งยากในการย้ายค่ายเบอร์เดิม แต่ก็อยากได้โปรเน็ตทรู‌หรือโปรเน็ตทรูไม่ลดสปีดในราคาสุดคุ้ม สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้ 1.ตรวจสอบโปรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เริ่มต้นที่การตรวจสอบโปรที่ใช้อยู่ โดยกดที่ *935# แล้วโทรออก จากนั้นจะมี SMS ส่งมาแจ้งว่าโปรโมชั่นที่ใช้อยู่ตอนนี้คือโปรอะไร เป็นเน็ตทรูไม่ลดสปีด มีกำหนดโทรได้กี่นาที ซึ่งสำหรับใครที่มีแอปพลิเคชัน True iService ก็สามารถเข้าไปเช็กได้ผ่านช่องทางนั้น โดยจะมีรายละเอียดการใช้งานของเราเบื้องต้นด้วยว่ามีการใช้เน็ตไปแล้วมากน้อยเพียงได้ด้วย นอกจากนั้นอาจตรวจสอบจากบิลชำระค่าโทรศัพท์ก็ช่วยบอกได้เช่นกัน

‘ผ้าม่านกันแสง’ คืออะไร

โดยทั่วไป ผ้าม่านทุกชนิดสามารถช่วยลดระดับแสงแดดภายในห้องให้อยู่ในโทนที่อบอุ่นพอดี แต่ถ้าห้องใครหันหน้าสู่ทิศที่โดนแสงแดดเต็ม ๆ เป็นประจำทุกวัน แน่นอนว่าบางครั้งผ้าม่านมาตรฐานก็อาจเอาไม่อยู่ หากต้องจะเปิดหน้าต่างรับลม คลายร้อนช่วงกลางวันก็กลัวจะยิ่งร้อน ต้องการจะอยู่ภายในห้องกับเพียงพัดลมก็อาจจะไม่ไหว ทำให้ต้องคอยเปิดแอร์อยู่ตลอดแม้บางคราวจะไม่อยากเปิด นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่อยากนอนกลางวันให้เต็มอิ่มแต่ค่อนข้างไวต่อแสง บางครั้งผ้าม่านมาตรฐานก็อาจไม่ตอบโจทย์ เพราะแสงยังคงเล็ดลอดเข้ามาในห้องได้อยู่ ทำให้นอนหลับได้ไม่เต็มอิ่ม ด้วยปัจจัยทั้งหมดมวลนี้เอง ‘ผ้าม่านกันแสง’ จึงถูกผลิตขึ้นมาเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการด้านนี้ของผู้อยู่อาศัยโดยเฉพาะ และในยิ่งยุคสมัยใหม่ที่เวลากลางคืนกลายเป็นช่วงเวลาการทำงานสำหรับหลายคน และกลางวันกลายเป็นช่วงเวลาเดียวแห่งการนอนหลับพักผ่อน การติด ‘ผ้าม่านกันแสง’ จึงยิ่งกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับหลายคนไปโดยปริยาย ผ้าม่านกันแสงและบทบาทในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับ ความสามารถของ ‘ผ้าม่านกันแสง’ ในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับนั้น ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องที่ผู้อยู่อาศัยรู้สึกขึ้นมาเอง แต่เป็นกลไกการทำงานโดยธรรมชาติของ ‘ร่างกาย’ ที่ปรารถนาแสงสว่างยามตื่นและความมืดมิดในยามนอนหลับ ผ่านการหลั่งของ ‘ฮอร์โมนเมลาโทนิน (melatonin)’ หรือ ฮอร์โมนที่ช่วยในการควบคุมวงการจรหลับและตื่น ซึ่งจะหลั่งในยามกลางคืน (เมื่อหมดแสง) เพื่อให้ร่างกายเรานอนหลับ และหยุดหลั่งในยามเช้า (เมื่อเริ่มมีแสง) เพื่อให้ร่างกายเราตื่นและเริ่มวันใหม่ เป็นกลไกทางธรรมชาติที่เรียกว่า ‘นาฬิกาชีวภาพ’ (biological clock) ด้วยเหตุนี้ หลายครั้งการหลับในช่วงกลางวันท่ามกลางแสงสว่างจึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากเพราะร่างกายของเราแทบไม่มีเมลาโทนินเหลืออยู่แล้วและก็ยังไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่จะหลั่ง ด้วยผ้าม่านกันแสง ผู้อยู่อาศัยจึงสามารถป้องกันแสงเล็ดลอดเข้าสู่ห้อง ไม่ว่าจะในยามกลางวันหรือกลางคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งเมลาโทนินในช่วงเวลาที่ต้องการอย่างเต็มที่และเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ผ้าม่านกันแสงช่วยกันแสงได้มากน้อยแค่ไหน? มาถึงตรงนี้ แฟน ๆ LUXE DÉCOR หลายคนคงเริ่มสงสัยว่า ‘ที่ว่าช่วยกันแสงอย่างมีประสิทธิภาพนั้น มีประสิทธิภาพแค่ไหน?’ ซึ่งต้องขอตอบว่า มีประสิทธิภาพชนิดสามารถช่วยกันแสงได้สูงสุด 100% เลยค่ะ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทผ้าม่านกันแสงที่เราเลือกด้วยนะคะ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่